art_434597

ในบรรดาเพื่อนพ้องชุดเครื่องเสียงที่ออกแบบมาเป็นชุดสำเร็จ หรือ ตีวงให้แคบเข้ามาว่าเป็นชุดมินิคอมโปเน้นต์นั้น Onkyo นำเสนอเครื่องเสียงของตัวเองแตกต่างออกไปจากกลุ่มพอสมควร เพราะแทนที่ Onkyo จะเรียกชุดมินิคอมโปของตัวว่าเป็นชุดมินิคอมโป แต่กลับเรียกว่า “CD Receiver” ตอนที่เห็นเป็นครั้งแรกผมก็งงอยู่เล็กน้อย สงสัยว่าทำไมถึงเรียกเป็น CD Receiver เพราะในชุดก็มีลำโพงมาให้พร้อมแล้วนี่ ทำไมไม่เรียกเป็นชุดไปเลย เพราะการเรียกประเภทของเครื่องว่าเป็น CD Receiver น่าจะเอาไว้เรียกเครื่องเสียงแยกชิ้นมากกว่า ความสงสัยมาหายไปก็ตอนที่ค้นข้อมูลของเครื่องเสียงชุดนี้จากเว็บไซต์ต่างๆประเทศ แล้วพบคำถามว่า “จะใช้ลำโพงรุ่นไหนดีถึงจะแม็ตชิ่งกับเครื่องรุ่นนี้ ?” ค้นต่อไปถึงได้รู้ว่าที่เมืองนอกเขาขาย CD Receiver รุ่น CR-515 แบบแยกชิ้นด้วย ข้อนี้เป็นประการแรก

ประการที่สอง เมื่อพิจารณาจากเครื่องในของ CR-515 แล้วพบว่าไม่ธรรมดาทีเดียว เพราะสามารถเรียกว่าเป็นการย่อคุณสมบัติของเครื่องเสียงแยกชิ้นรุ่นใหญ่ของ Onkyo ลงมาไว้ในตัวถังเล็กกะทัดรัดของ CR-515 ก็ว่าได้ และไม่เฉพาะ CR-515 เท่านั้น กับลำโพงรุ่น D-N9BX ก็มาในรูปบบทำนองเดียวกันดังนั้นถ้าผมจะตีวงกว้างๆ ไว้ก่อนว่าเครื่องเสียงชุดนี้มีหลักการออกแบบและการกำหนดวัตถุประสงค์ของคุณภาพที่แตกต่างจากมินิคอมโปเน้นต์อื่นๆ ก็คงไม่ผิด

::CR-515 CD Receiver
ในภาคการทำงานของ Onkyo CR-515 ประกอบด้วยภาคเครื่องเล่นซีดี (เล่นแผ่น MP3 ได้) อินทิเกรดแอมป์และเครื่องรับวิทยุ กรณีนี้ถ้าจะระบุให้ชัดเจนผมว่าการเรียกชื่อแบบที่ Onkyo ใช้เรียกนั้นถือว่าถูกต้องเพราะถ้าไปดูมินิคอมโปของยี่ห้ออื่นๆ ในรุ่นที่มีบอดี้เดียวแต่รวมภาคการทำงานไว้ทุกอย่างจริงๆ ก็จะเหมือนกับ CD Receiver นั่นเอง ยกเว้นว่ามินิคอมโปรุ่นไหนภาคแหล่งโปรแกรมสามารถเล่นแผ่นดีวีดีได้ เราก็อาจเรียกว่าเป็นเครื่องเล่น DVD/CD Receiverก็ได้เช่นกัน ภาคเครื่องเล่นซีดีของ CR-515 น่าสนใจตรงที่ทาง Onkyo ใช้ชิพแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาล็อกของ Wolfson Microelectronics ซี่งเป็นบริษัทผู้ผลิตในระบบดิจิทัลที่เก่งมากๆ อีกบริษัทหนึ่ง ชิพของ Wolfson ที่นำมาใช้เป็นแบบ 192kHz/24-bit สามารถถ่ายทอดสัญญาณที่มีรายละเอียดสูง และ
ให้ความเป็นดนตรีอย่างไม่มีที่ติ นอกจากนั้นภาคแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาล็อกของ CR-515 ยังใช้วงจรที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Onkyo ที่เรียกว่า Vertor Linear Shaping Circuitry (VLSC) ในข้อมูลทางเทคนิคของ Onkyo ระบุว่าในกระบวนการแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอะนาล็อกทั่วๆไป จะมีขั้นตอนการลดสัญญาณรบกวนเกิดขึ้นแต่กระบวนการนี้ยังไม่สามารถขจัดสัญญาณรบกวนได้ทั้งหมด ทว่าวงจร VLSC จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งในการทำงานของวงจร VLSC จะแปลงสัญญาณระหว่างจุดที่มีการสุ่มความถี่ และจุดเหล่านี้จะผสานเข้ากับสัญญาณอะนาล็อกในช่วงเวลาที่แท้จริงของเสียง (real time) ซึ่งรูปคลื่นที่ออกมาจะมีความราบเรียบ
ส่งผลให้สัญญาณรบกวนถูกกำจัดทั้งหมด และทำให้เสียงที่อยู่ในรูปของสัญญาณอะนาล็อกมีความนุ่มนวลแม้แหล่งต้นสัญญาณจะเป็นระบบดิจิทัล ก่อนหน้านี้วงจร VLSC จะใช้เฉพาะกับเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ของ Onkyo เท่านั้น

ทางด้านภาคขยายของ CR-515 จำลองเทคโนโลยีการออกแบบมาจากเครื่องเสียงรุ่นใหญ่ๆ ของ Onkyo กันทั้งยวง โดยเฉพาะ WRAT (Wide Range Amp Technology) เห็นชื่อก็คงพอจะคุ้นๆ นะครับ เพราะ Onkyo ได้ใช้เทคโนโลยีนี้เป็นพื้นฐานการออกแบบภาคขยายในแทนจะทุกผลิตภัณฑ์ที่มีภาคขยายซึ่งคุณสมบัติอันโดดเด่นของ WRAT ก็คือการควบคุมการขยายสัญญาณที่เที่ยงตรง ถึงแม้สัญญาณที่เข้ามาจะมีช่วงกว้างของความถี่ขยายขึ้นไปถึง 100kHz แอมปลิฟายก็ยังสามารถทำงานได้อย่างเสถียร ไม่วูบวาบหรือแปรปรวนไปตามสัญญาณที่มีช่วงของการสวิงเสียงกว้างมากกๆ ด้วยประสิทธิภาพดังกล่าวเสียงที่ถ่ายทอดออกมาจึงรู้สึกได้ถึงความนิ่งตลอดเวลา จุดนี้นับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับ Onkyo เพราะอย่างที่รู้กันว่าชุดเครื่องเสียงแบบมินิคอมโปนั้น เรื่องคุณภาพเสียงไม่ได้ซีเรียสเอาจริงเอาจังเหมือนกับชุดแยกชิ้นราคาหลายหมื่น แต่เน้นในเรื่องการใช้งานสะดวก รูปทรงสวยงาน และมีคุณภาพเสียงที่ให้ความเป็นดนตรีได้ดี ว่าง่ายๆ ก็คือฟังเพลงเพราะ แต่ไม่ได้หมายมั่นปั้นมือจะต้องเอาชนะใจหูทอง ดังนั้นการออกแบบจึงอาจจะดูที่ภาพรวมมากกว่า แต่กับการที่ Onkyo นำคุณสมบัติเด่นๆ หลายอย่าง (High Current,Low Impedance Drive/Discrete Output Stage Circuitry/Optimum Gain Volume Circuitry) มาใช้กับ CR-515 ก็น่าคิดว่าแม้จะไม่คิดเอาชนะใจหูทอง แต่ถ้าหูทองมาฟังก็อาจแอนชื่นชมอยู่ในใจ สรุปว่ากับกำลังขับ 19 วัตต์ 8 โอห์ม (26 วัตต์ 4 โอห์ม ลำโพงอิมพิแดนซื 4 โอห์ม) ที่ให้มาแม้จะไม่ได้ดูว่ามากมายนัก หากก็อย่าได้ดูแคลน

ในด้านการออกแบบหน้าตาของ CR-515 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เรียบง่าย และดูดี ตัวเครื่องมีความกว้าง 205 มม. สูง 116 มม. ลึก 353 มม. จัดว่ากะทัดรัด ยิ่งเป็นเครื่องชิ้นเดียวการหาที่วางก็สะดวก บนแผงหน้าปัดมีการวางตำแหน่งที่เป็นระเบียบ ประกอบด้วยจอแสดงผลอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเป็นถาดใส่แผ่นซีดีด้านข้างจอแสดงผลเป็นปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านขวามือของจอแสดงผลเป็นปุ่มวอลลุ่มขนาดใหญ่ มุมซ้ายด้านล่างของเครื่องเป็นรูสำหรับต่อกับมินิแจ็กของหูฟังข้างๆ เป็นรูสำหรับต่อกับเครื่องเล่น MP3 หรือเครื่องเล่นแบบพกพาที่ใช้หัวต่อแบบมินิแจ็ก ถัดมากลางเครื่องเป็นปุ่มเลือกแหล่งโปรแกรม,ปุ่ม Direct สำหรับbypass สัญญาณไม่ผ่านวงจรปรับแต่งเสียง, ปุ่ม Tone สำหรับปรับแต่งเสียง ,ปุ่ม Preset/Scan/เลือกแทร็ค,ปุ่มเปิด-ปิดถาดใส่แผ่น,ปุ่ม Stop ,ปุ่ม Play/Pause

ด้านหลังเครื่องมีช่องสำหรับต่อสัญญาณขาเข้า Line in 1 ชุด,ช่องต่อ MD/Tape In 1 ชุด Out 1 ชุด, ช่องต่อ Dock/CDR In 1 ชุด Out 1 ชุด ช่องต่อสัญญาณดิจิทัลแบบอ๊อปติก 1 ช่อง ช่องต่อสัญญาณรีโมตคอนโทรล R1 1 ช่อง บริเวณตรงกลางด้านบนเป็นชุดต่อสายอากาศรับสัญญาณวิทยุ AM และ FM ถัดมาเป็นช่องต่อ Subwoofer out ด้านขวาสุดเป็นขั้วต่อสายลำโพง และถัดลงด้านล่างเป็นขั้วต่อสายไฟเอซี

cdreceiver01

:: D-N9BX Speakers
แม้ลำโพงรุ่นนี้จะถูกนำมาเข้าคู่กับ CR-515 ทำให้ดูเหมือนเป็นลำโพงธรรมดาๆ สำหรับใช้งานกับมินิคอมโป ทว่าอันที่จริงภายในโครงสร้างของ D-N9BX มีคุณสมบัติที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะวูฟเฟอร์ที่เรียกว่า A-OMF Monocoque (Advanced Onkyo Micro Fiber) ซึ่งมีการออกแบบเป็นพิเศษ เนื่องจากตัวไดรเวอร์ประกอบด้วยวัสดุ 3 ชั้น โดยชั้นนอกสุดเป็นวัสดุที่เรียกว่า Polythylene Naphthalate (PEN) ชั้นในเป็นวัสดุ aramid และระหว่างวัสดุทั้ง 2 ชั้นนี้แทรกไว้ด้วย Flexible cotton weave ซึ่งกระบวนการผลิตไดรเวอร์ดังกล่าวทำให้ไดรเวอร์มีน้ำหนักเบาขึ้น 30% นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรกเพิ่มขึ้นช่วยลดปัญหาที่เกิดจากไดรเวอร์ผิดรูปทรงจากการรับสัญญาณที่รุนแรง D-N9BX เป็นลำโพง 2 ทาง ตู้เปิดขนาดของตู้กว้าง 167 มม. สูง 298 มม. ลึก 247 มม.
น้ำหนักตู้ 4.1 กิโลกรับ ทวีตเตอร์มีขนาด 3 ซม. แบบ Ring drive และวูฟเฟอร์มีขนาด 13 ซม.แบบ A-OMF ส่วนที่แปลกตาของลำโพงรุ่นนี้เห็นจะเป็นช่องเปิดแนวยาวที่อยู่ด้านล่างของตู้ลำโพง ช่องเปิดนี้ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศเช่นเดียวกับช่องระบายอากาศแบบท่อกลมของลำโพงตู้เปิดรุ่นอื่นๆ สำหรับด้านหลังของ D-N9BX มีขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสต์หนึ่งชุด ต่อใช้งานได้สะดวก ตู้ลำโพงสีเชอร์รี่ ผิวตู้น่าจะเป็นไวนิลลายไม้ งานผลิตถือว่าใช้ได้ครับ

cdreceiver02

::คุณภาพเสียง
รูปแบบการใช้งานของเครื่องเสียงชุดนี้คงไม่ได้ซีเรียสจริงจังขนาดว่าต้องวางลำโพงห่างกันเท่านั้นเท่านี้ เพราะแม้แต่ใครที่เดินผ่านมาเห็นตอนทดสอบก็มีการจินตนาการรูปแบบการวางไปต่างๆ นานา แต่ก่อนที่จะนำไปจัดวางในแบบไลฟ์สไตล์ (ขอเรียกอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ) ผมจำเป็นต้องนำมาจัดวางเพื่อหาคุณภาพเสียงที่แท้จริงก่อน เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่ทราบถึงประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องเสียงเซ็ตนี้ แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ พอนำมาวางแบบฟังแพลงจริงจังมันดูตลกๆพิกล เพราะตังเครื่องมีขนาดเล็ก แถมตั้งลำโพงห่างกันประมาณเกือบ 160 ซม. ทำให้ดูไม่ปึ้กเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามพอตัดเรื่องความสวยงามของการวาง
ออกไปแล้วฟังแต่เสียงอย่างเดียว ต้องยอมรับว่าชื่นชมๆcdreceiver03

ก่อนอื่นใด ผมหยิมอัลบั้ม “Jazz at the Pawnshop Vol.1” มาฟังทดสอบเพื่อหาค่ากลางก่อน จากหลายๆ แทร็คที่ฟังพบว่าซิสเต็มนี้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้ดี เสียงเครื่องดนตรีอย่างอัลโต้แซ็กโซโฟนมีมวลไม่บาง เสียงเบสใช้ได้เลยครับ มีน้ำหนักมีเนื้อ ส่วนพวกปลายเสียงแหลมก็มีประกายไม่ห้วน เสียงเปียโนรับรู้ได้ถึงเวลาที่ค้อนกดลงบนสาย และมีความใสในเกณฑ์ดี รวมถึงการถ่ายทอดฮาร์มอนิก็จัดว่าดีทีเดียว ถ้าคิดว่านี่เป็นซิสเต็มเล็กๆ ลองฟังอัลบั้ม “Golden voice” เสียงนักร้องผู้หญิงอิ่ม มีน้ำหนัก แต่เวลาเครื่องดนตรีโหมพร้อมๆ กันจะมีการทับซ้อนของเสียงอยู่บ้าง จุดนี้ชี้ให้เห็นว่ากับอัลบั้นที่บันทึกเสียงมาดี เราก็ได้ยินถึงคุณภาพดังกล่าวได้ชัดเจน

ทีนี้เปลี่ยนกลับมาฟังเพลงไทยกันบ้างอัลบั้นเหล่านี้เมื่อนำไปฟังกับซิสเต็มดีๆ ต้องบอกว่าไม่สามารถฟังได้จนจบ อาจจะมีบางเพลงที่มีการบันทึกเสียงดีได้มาตรฐานเหมือนกับอัลบั้ม “เฉลิมไทย” ที่เพลง 11 “ผู้ชายก็ร้องไห้เป็น” สามารถนำไปใช้เป็นเพลงอ้างอิงได้ แต่เพลงอื่นๆ ฟังได้แค่ผ่านๆ ทว่าเมื่อฟังกับซิสเต็มนี้ต้องบอกว่าฟังได้ครบทุกเพลง และฟังดีด้วยครับ ดีในที่นี้หมายถึงมีความไพเราะ ส่วนเรื่องคุณภาพเสียง ซิสเต็มนี้น่าจะไปทำอะไรสักอย่างจึงประนีประนอมช่วยให้เสียงที่บาง ขาดมวล กลับมาฟังได้ และไม่เฉพาะกับอัลบั้มนี้เท่านั้น ผมได้นำอัลบั้ม “พลพลคนรักแฟน” มาลองฟังก็พบความคล้ายคลึงกัน คือฟังได้ดีมีความเป็นดนตรี แต่อย่างไรก็ตามภายใต้ความคล้ายคลึงนี้ก็ยังพบความแตกต่างอยู่ เสียงโดยรวมของอัลบั้มเฉลิมไทยมีความกระจ่างกว่า รายละเอียดดีกว่า
ส่วนอัลบั้มของพลพล เสียงร้องจะไม่เปิด มีอาการอู้ๆ อยู่บ้างเป็นบางเพลง แต่บางเพลงก็โปร่งขึ้น และเมื่อฟังอัลบั้ม “เมื่อดอกซากุระบาน” ของคุณสุภัทรา อินทรภักดี ก็พบความแตกต่างออกไปอีก คราวนี้เสียงของคุณสุภัทรามีความนุ่มนวลแม้จะไม่เปิดออกมาก แต่ก็ไม่ทึบ เป็นความลงตัวที่รับได้ ที่ผมคิดว่าเด่นคือ ความต่อเนื่องของเสียงร้อง หรือเสียงเครื่องดนตรีประเภทไวโอลินและเซลโล่ที่ไม่ขาดตอน น่าฟังมากๆcdreceiver04

บนสรุปของคุณภาพเสียงเมื่องฟังจากแผ่นซีดีก็คือ แนวเสียงโดยรวมของซิสเต็มนี้จะออกไปทางเปิดโปร่ง รายละเอียดดี ความชัดเจนมีมาก ไม่อึมครึม เสียงเบสมีมวลและมีน้ำหนักที่ดี ตรงจุดนี้ผมว่าเป็นข้อดีกับการฟังเพลงไทยมาก เพราะหลายครั้งที่ฟังซิสเต็มในลักษณะนี้แล้วพบว่าเสียงจะบางไป เพราะเสียงเบสไม่สามารถเข้ามาเสริมเสียงย่านอื่นให้มีมวลมากขึ้น ซึ่งผลถือว่ามีความจำเป็นสำหรับชุดเครื่องเสียงเล็กๆ แบบนี้ อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบคือ เสียงที่ได้ยินจะมีความนิ่ง มีฐานแน่น ไม่วูบวาบ แม้จะฟังค่อนข้างดังเพื่อให้เสียงออกมาครบ ในความเห็นของผลเรื่องคุณภาพเสียงของซิสเต็มนี้ ผมให้คะแนน A+ ครับ

ปิดท้ายด้วยของดีที่ไม่อยากให้พลาดก็คือ ภาควิทยุครับ ผมเปิดคลื่น 98.5 กับ 99.5 สองคลื่นนี้เปิดเพลงที่ผมฟังได้ CR-515 สามารถรับคลื่นได้ชัดเจนแม้จะใช้สายอากาศที่แถมมาก็ตาม ผมเปิดคลี่น 99.5 รายการ The Radio ตรงกับช่วงที่คุณมาโนช พุฒตาล ดำเนินรายการ เสียงของคุณมาโนช ชัดเป๊ะ นุ่มนวล และเป็นเสียงที่เหมือนคุณมาโนชมานั่งอยู่ตรงหน้าเอามากๆ ความชัดของการถ่ายรายละเอียดบอกให้เป็นถึงความต่างของเสียงของคุณมาโนชที่เป็นเสียงสดๆ กับเสียงของเพลงที่คุณมาโนชเปิดในรายการอย่างมหาศาล เพลงไหนที่ไม่ดีก็ด้วยลงอย่างชัดๆเช่นกัน คุ้มครับกับภาควิทยุของ CR-515

เครื่องเสียงชุดนี้ให้อะไรที่มากกว่าคิด ผมว่าถ้าใครมีงบประมาณไม่มากพอจะซื้อเครื่องเสียงแยกช้นราคาหลายหมื่น และไม่พร้อมที่จะเล่นเครื่องเสียง แต่ต้องการได้ฟังคุณภาพเสียงที่ใกล้เคียง แนะนำซิสเต็มนี้ครับ ส่วนจะเอาไปวางให้สวยงามยังไงก็แล้วแต่คุณเพราะไม่ใช่ปัญหาของผมคร๊าบ..(แนะนำให้ใช้กับสายลำโพง Wyrewizard รุ่น Spellbinder จะเข้ากันมาก)

ที่มา : Audiophile Vol.11 No.125 April 2007