art_557211

สไตล์
ประกอบด้วยเอวีรีซีฟเวอร์ที่สามารถถอดรหัสระบบเสียง HD ได้ (รองรับระบบภาพ 3D) มาพร้อมกับลำโพง 5.1 ขนาดค่อนข้างกะทัดรัดมาก ตัวเครื่องเอวีรีซีฟเวอร์คือรุ่น HT-R380 มีภาครับวิทยุ AM/FM ขนาดกำลังขับ 100 W x 5 ที่ 6 Ω (ภาคขับลำโพงแพสซีฟซับวูฟเฟอร์ไม่ได้แจ้งไว้) สามารถถอดรหัสระบบเสียง HD ได้ทั้งหมดรวมทั้งระบบเสียงพื้นฐานต่างๆ ดังนี้ Dolby TrueHD, Dolby Digital Plus,DTS-HD Master Audio, DTS-HD High Resolution, DTS Express, Dolby Digital, Dolby Pro Logic II, DTS, DTS Neo:6, DTS 96/24, DSD Multichannel PCM

หน้าปัดเครื่องออกแบบให้ค่อนข้างเรียบแบบสไตล์ของออนเกียวอื่นๆ ที่เห็นกันจนชินตา สีหน้าปัดเลือกใช้สีดำด้าน มีปุ่มเพาเวอร์อยู่ทางด้านซ้ายมือสุดค่อนไปทางด้านบน (เมื่อเครื่อง Standby ไฟ LED ใกล้ๆ ปุ่มนี้จะติดเป็นสีแดง) หน้าปัดเครื่องจะแยกออกเป็นสองตอนคือด้านบนกับด้านล่างมีร่องตรงกลาง(ในแนวยาว) มีปุ่มเลือกอินพุตแยกเป็นอิสระครบครันเรียงรายกันอยู่ใต้บริเวณร่องกลางดังกล่าว มีช่อง Headphone อยู่ทางซ้าย (มีปุ่ม Music Optimizer อยู่ด้านบนใกล้ๆ กัน) ทางขวามือเป็นช่อง Jack สำหรับเสียบต่อใช้งานกับ Portable Audio Player ต่างๆ
ปุ่มทางด้านบนของร่องกลาง (ดังกล่าว) เฉพาะแถบที่อยู่ด้านล่างของจอดิสเพลย์เริ่มตั้งแต่สวิตช์อันแรก (กลุ่มนี้จะเป็นสวิตช์แบนๆ) เป็นปุ่มเลือก
Speaker A ตามด้วยปุ่ม Speaker B จากนั้นเป็นปุ่มปรับ Tone Level – และ + ตามลำดับ (ปุ่มเลือกการใช้ Tone Control จะเป็นปุ่มถัดมา) จากนั้นเป็น 3 ปุ่มของ Listening Mode ประกอบด้วยปุ่ม Movie/TV, Music และ Game ถัดไปเป็นปุ่ม Dimmer จากนั้นเป็นปุ่ม Clear (ปุ่ม Memory และปุ่ม Tuning Mode) ตามด้วยปุ่ม Display มีปุ่ม Setup ปุ่ม Enter และปุ่ม Return พร้อมปุ่มรูปร่างกลมๆ แบนๆ (ควบคุม 4 ทิศ) เป็นปุ่มสำหรับ Tuning/Preset และมีปุ่มวอลุ่มอยู่ขวาสุดซึ่งเป็นปุ่มใหญ่สุด สำหรับจอดิสเพลย์ขนาดจอจะค่อนข้างเล็กตัวอักษรในจอต่างๆส่วนใหญ่จะสีเขียวอ่อนๆ

ด้านหลังเครื่องมีช่องต่ออินพุต HDMI x 3 (เป็นช่อง HDMI 1.4a รองรับระบบภาพ 3D และ AudioReturn Channel, Deep Color, x.v.Color,
LipSync, CEC) ช่องเอาต์พุต HDMI x 1 ช่องเอาต์พุตวิดีโอแบบ Component Video x 1 ช่องอินพุตวิดีโอแบบ Component Video x 2 (สำหรับ BD/DVD และ CBL/SAT) ช่องมอนิเตอร์เอาต์แบบ Composite Video x 1 และช่องสัญญาณภาพอินพุตและเอาต์พุตแบบ Composite Video อย่างละหนึ่งช่องสำหรับ Game, CBL/ SAT, VCR/DVR และ BD/DVD (พร้อมช่องสัญญาณเสียง L/R) มีช่อง Universal Port (สำหรับ iPod) ช่องสัญญาณเสียงดิจิตอลอินพุตแบบ Coaxial x 1 และแบบ Optical x 1 (สามารถกำหนดหรือ Assign ให้ไปใช้งานกับช่องไหนก็ได้ตามต้องการ) ช่องสัญญาณเสียง L/R แบบ RCA อินพุตสำหรับ TV/CD ช่องรีโมต ช่องสำหรับต่อสายอากาศ AM, FM ขั้วต่อลำโพงแบบ Binding Post มั่นคงแข็ง
แรง (เฉพาะสำหรับลำโพง Front A) จากนั้นจะเป็นขั้วลำโพงแบบสปริงหนีบสำหรับลำโพง Center และ Surround (รวมทั้งขั้วต่อแบบสปริงหนีบสำหรับลำโพงแพสซีฟซับวูฟเฟอร์) พร้อมขั้วต่อลำโพงแบบสปริงหนีบสำหรับ Front B สายไฟ AC จะเป็นแบบไม่สามารถถอดแยกได้ รีโมตมีขนาดกะทัดรัดเบามือใช้งานค่อนข้างสะดวกพอสมควร

ht-s3300test01

ทดสอบ
อย่าลืมตรวจสอบการต่อสายไฟ AC เพื่อการต่อใช้งานที่ถูกเฟส (เนื่องจากขั้วไฟ AC ของเอ/วีแอมป์ชุดนี้เป็นแบบสองขาเหมือนทั่วๆ ไปที่ไม่มีสิ่งใดบอกด้านที่เป็นขั้ว Hot และขั้ว Ground) ส่วนการต่อใช้งานสายลำโพงสำหรับซิสเต็มนี้ก็แนะนำว่าให้ต่อใช้งานทุกแชนเนลเป็นลักษณะการต่อแบบกลับเฟส (สลับสายลำโพงทุกแชนเนลจากขั้วบวกไปต่อกับขั้วลบและขั้วลบไปต่อกับขั้วบวกสลับจากปกติ-และกระทำที่จุดต่อเข้าลำโพงหรือเฉพาะที่ออกจากแอมป์เท่านั้นโดยเลือกเอาเพียงจุดเดียว)

ในระหว่างที่ทำการเบิร์นอิน, น้ำเสียงของซิสเต็มนี้จะค่อนไปทางให้ความกลมกลึงไม่มาก เสียงกลางด้านสูงจะค่อนข้างโดดเด่นกว่าย่านเสียงอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเสียงย่านปลายแหลมและเสียงกลางด้านต่ำจะไม่ค่อยมีเนื้อเสียงสักเท่าไหร่นัก เบสก็จะไม่ค่อยต่อเนื่องมีช่วงบูมในบางช่วง (แถวๆ Mid-Bass) และเบสย่านต่ำๆ จะไม่ค่อยลงลึกเท่าที่ควรนัก (รวมทั้งสปีดของเบสจะค่อนข้างช้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเบสในช่วงต่ำๆ) อิมเมจเสียงต่างๆ ก็ค่อนไปทางเรียวเล็ก (เห็นได้ชัดกับอิมเมจพวกเสียงแหลม) แต่เมื่อซิสเต็มชุดนี้ผ่านเบิร์นแล้วสปีดในย่านเสียงต่างๆ ก็จะมีความรวดเร็วขึ้นกระชับขึ้น (ไดนามิกเสียงและความเปิดเผยในย่านเสียงต่างๆ ก็จะดีขึ้นด้วย)

The Dark Knight เสียงเบสก็สามารถให้น้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นและหนักหน่วงได้ใกล้เคียงกับชุดโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม
สำหรับซิสเต็มนี้พบว่าเสียงพูดอาจจะไม่ค่อยเต็มอิ่มนัก (เสียงย่านกลางไม่ได้เรียวเล็กแต่ช่วงเสียงกลางด้านต่ำจะให้เนื้อเสียงไม่มากนัก) รายละเอียดในช่วงเสียงกลางบางช่วงอาจจะลดหย่อนความเปิดเผยลงไปบ้าง (คงเป็นผลจากที่ไม่สามารถเปิดหน้ากากตู้ลำโพงได้) บางครั้งอิมเมจเสียงพูดจึงไม่สามารถหลุดลอยออกมาจากตำแหน่งตู้ลำโพงเซ็นเตอร์มากนักสำหรับช่วงที่มีการต่อสู้กันในดิสโก้เธคในแผ่นบลูเรย์The Dark Knight เป็นที่น่าแปลกใจว่าก็สามารถจะรองรับเสียงเบสอันหนักหน่วงในช่วงนั้นได้ค่อนข้างดี (อาจจะมีสีสันแถมมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับจะพร่าเพี้ยนมาก) รวมทั้งสามารถให้เบสได้กระหึ่มกึกก้องในแต่ละฉากของแผ่นบลูเรย์ The Dark Knight ได้อย่างดี สำหรับการควบคุมเบสก็ถือว่าสอบผ่าน (เบสย่านมิดเบสและย่านต่ำมากๆ อาจจะหลุดรอดการควบคุมออกไปบ้างแต่ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียดอะไรนัก) เสียงพลุในแผ่นบลูเรย์ Wyatt Earp แม้จะไม่ถึงขนาดทำได้เทียบเท่ากับซิสเต็มที่ใหญ่กว่านี้ (ถ้าพูดถึงรายละเอียดและแบนด์เสียง) แต่ก็หนักหน่วงทีเดียว

จากแผ่นบลูเรย์ The Dark Knight (เช่นเดิม) เฉพาะเจาะจงฟังเสียงบรรยากาศย่านต่ำๆ จากฉากที่แบทแมนควบยานสองล้อเข้าไปในตึกก็พบว่าสามารถทำได้ดี (แม้ว่าจะไม่สามารถตอบสนองทางบรรยากาศเสียงช่วงความถี่ต่ำมากๆ ได้เต็มที่ก็ตาม)

เสียงปืนในแผ่นบลูเรย์ Wyatt Earp สำหรับซิสเต็มนี้ก็มีความหนักหน่วงพอสมควร (ต้องต่อลำโพงในเฟสที่แนะนำเท่านั้น) แต่สำหรับความแน่นของเสียงนั้นนับว่าดีมาก เสียงฝูงวัวป่าในแผ่นบลูเรย์ภาพยนตร์เรื่อง How The West Was Won ให้น้ำเสียงได้กระหึ่มมากให้ความแน่นอย่างโดดเด่น เสียงระเบิด (ในแผ่นเดียวกัน) อาจจะไม่กว้างมากๆ อย่างซิสเต็มใหญ่ๆ แต่ก็มีความหนักหน่วงทรงพลังใกล้เคียงกับซิสเต็มที่ใหญ่ๆ เหมือนกัน (เบสในช่วงอัพเพอร์ต่อมิดเบสจะโด่งขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่เบสย่านต่ำมากๆ จะค่อนข้างราบนุ่มลงไปบ้าง)

ทางด้านไดนามิกเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถทำได้ถึงระดับยอดเยี่ยมของชุดโฮมเธียเตอร์ลักษณะนี้แต่ในระดับราคานี้ก็นับว่าดีเยี่ยมแล้ว ทางด้านบรรยากาศของเสียงโดยรวม (จะต้องเบิร์นอินค่อนข้างนาน) พบว่าในช่วงเสียงกลางด้านสูงจะโดดเด่นมาก (ช่วงเสียงแหลมและเบสย่านต่ำๆ จะไม่โดดเด่นเท่า) ทางด้านเวทีเสียงมิติทางด้านลึกจะโดดเด่นกว่าด้าน
อื่นๆ ให้เวทีเสียงลึกมาก (เวทีเสียงถอยลึกลงไปเล็กน้อย) ทางด้านกว้างถือว่าดีพอประมาณส่วนเวทีเสียงทางด้านสูงนั้นก็ทำได้ดีเหมือนกัน(ต้องผ่านเบิร์นก่อน) สำหรับขนาด
อิมเมจเสียง, พบว่าอิมเมจทางด้านเสียงแหลมจะมีลักษณะที่ค่อนไปทางเรียวเล็กอยู่บ้าง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิมเมจเสียงแหลมในตำแหน่งที่อยู่ไกลห่างออกไป คือวูบเล็กเร็วไป
หน่อย) ส่วนอิมเมจเสียงในย่านเสียงกลางถ้าตัวอิมเมจเคลื่อนไปอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนไปทางด้านข้างก็จะมีลักษณะเรียวเล็กลงไปเช่นกัน

การฟังเพลงซิสเต็มนี้เหมาะสำหรับการฟังในลักษณะ Music Lover มากกว่าทั้งนี้เพราะว่าถ้าพิจารณาจากลักษณะเสียงที่ไม่ได้เด่นทางด้านรายละเอียดของเสียงมากนักรวมทั้งสมดุลเสียงที่ไม่ค่อยจะราบเรียบสักเท่าไหร่ (เสียงกลางด้านต่ำเนื้อเสียงจะพอปานกลางและมิดเบสที่หนักหน่วงมากในขณะที่อัพเพอร์เบสก็ไม่ค่อยใสเท่าไหร่ ส่วนเบสต่ำๆ ก็ไม่ค่อยมีรายละเอียดและได้ลดความกระชับฉับพลันลงไป) จังหวะ (Timing) ก็ยังไม่ดีมาก เนื้อเสียงจะอิ่มหนาในช่วงเสียงเบสพอเข้าช่วงเสียงกลางและเสียงแหลมก็จะเริ่มเรียวบางลงไป ความกังวานของเสียงมีความโดดเด่นมากที่ช่วงเสียงกลางด้านสูงความพลิ้วของเสียงแหลมและหางเสียงจะพอปานกลาง

ht-s3300test02

อัลบั้ม Sheffield Driveแทร็คที่ 13 (เป็นเสียงเดี่ยวกลองชุด) พบว่าเนื้อเสียงอิ่มใหญ่มากค่อนข้างหนาในเสียงย่านต่ำๆ เสียงแซ่กระทบหน้ากลองค่อนข้างนุ่ม (อาจจะเป็นเพราะหน้ากากลำโพงที่ไม่สามารถถอดออกมาได้) ไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากนัก เสียงกลองกระเดื่องจะหนักหน่วงมากๆ (แต่ไม่สามารถลงได้ต่ำลึกเท่าไหร่) รายละเอียดในย่านเสียงเบสจะไม่ค่อยชัดเจนและค่อนข้างจะให้ปริมาณเสียงในย่านเบสเกินๆ ออกมาค่อนข้างมาก
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านมิดเบส) พิจารณาสปีดและการควบคุมเบสทั้งย่านพบว่าจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ขนาดเสียงร้องจะไม่อิ่มใหญ่มาก
(อัลบั้ม Janis Ian และ Christopher Cross) เสียงแหลมพวกฉาบก็เช่นกันเสียงแหลมมีความนวลเนียนดีมากใสสะอาดดีปลายเสียงลาดลงบ้าง มี
บรรยากาศในช่วงเสียงแหลมและเสียงย่านกลาง (เมื่อต่อใช้งานลำโพงในเฟสดังกล่าว) มีบรรยากาศความลึกใช้ได้ (ทางด้านกว้างจะพอประมาณ)
อิมเมจเสียงอาจจะไม่ค่อยนิ่งมาก (แต่ถ้าเซ็ตตำแหน่งลำโพงดีๆ อิมเมจก็ลอยนิ่งพอสมควรและแยกหน้าหลังได้ชัดพอสมควร)

ภาครับสัญญาณวิทยุ FM ความสามารถในการรับสัญญาณนับว่าดีเยี่ยมเครื่องหนึ่ง การแยกคลื่นทำได้ดีพอปานกลาง น้ำเสียงอาจจะไม่อิ่มเอิบมากแต่ก็หวานและลื่นไหล (เมื่อต่อใช้งานในเฟสดังกล่าว) น้ำเสียงกังวานดีมวลเสียงใช้ได้ (เบสหนักหน่วงในย่านมิดเบสเกินๆ ออกมาพอสมควรและจังหวะยังไม่ดี) เสียงแหลมด้านล่างมีความโดดเด่นอยู่บ้างแต่เสียงแหลมก็สามารถขยายไปได้สูงๆและสะอาดใสดี (แบนด์เสียงกว้างมาก) ให้ความไพเราะน่าฟัง (ในลักษณะเหมือนยกเสียงปลายแหลมและทุ้มด้านต่ำๆ ขึ้นมา)

ht-s3300test03

วิเคราะห์

ในการฟังเพลงระบบ Stereo ต้องเซ็ตตรงปุ่ม Music บนรีโมตให้เป็น Stereo ส่วน Speaker Configuration จะปรับขนาดลำโพงคู่หน้าเป็น Small หรือ Large ก็ได้ถ้าSubwoofer ยังเปิดใช้งานอยู่ (เซ็ตเป็น Yes) ก็จะทำงานเป็นระบบ 2.1 CH (ใช้งานซับวูฟเฟอร์) ยกเว้นที่ปุ่ม Music หากเซ็ตเป็น Direct ก็จะตัดการทำงานลำโพงซับวูฟเฟอร์ออกไปในการฟังเพลงจะให้ปริมาณเสียงเบสค่อนข้างมากแม้ว่าสามารถจะปรับลดปริมาณเสียงเบสได้ (โดยการกดปุ่มAudio บนรีโมตแล้วปรับ Bass) อย่างไรก็ตามหากต้องการเบสที่ละเอียดขึ้นและลงลึกกว่าก็มี EX.Bass ให้เซ็ตเพิ่ม ในการปรับเซ็ตตำแหน่งลำโพงแพสซีฟซับวูฟเฟอร์พบว่าจะต้องวางให้ห่างออกจากฝาผนังค่อนข้างมากกว่าซิสเต็มอื่นๆ (เพื่อลดปริมาณเสียงย่านมิดเบสออกไปบ้าง) มี
M.Optimizer ทำการปรับคืนคุณภาพเสียงให้แก่ไฟล์ที่ผ่านการบีบอัดมา(ต้องเข้าเมนู)

ในการชมภาพยนตร์ก็มี CinemaFILTER ให้ได้ใช้งาน (เพิ่มบรรยากาศเสียงให้มากขึ้นแต่ก็ทำให้ปลายๆ เสียงนุ่มลงไปอีก)

เมนูเป็นแบบ OSD ทำให้ใช้งานง่าย (หน้าเมนูจะออกจอทีวีทำให้เห็นเต็มตาดี) เข้าปรับค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มี Video Upscaling สัญญาณ 1080P/24Hz ช่อง HDMI ให้ภาพได้เยี่ยมในระดับราคานี้โดยภาพจะสว่างปานกลางเชิงชั้นความลึกดี (บรรยากาศภาพมีพอประมาณ)
ทางด้านรายละเอียดภาพก็ให้ได้ดีพอสมควร ไม่มีการ Setup อัตโนมัติและไม่มี Zone 2
สามารถดิมแสงหน้าจอดิสเพลย์ได้ไปจนถึงเกือบดับสนิท สามารถ Assign โดยกำหนดให้ช่องดิจิตอลอินพุต (Coaxial หรือ Optical) ใช้งาน
กับช่องอินพุตต่างๆ ได้ตามต้องการ
อย่างไรก็ตามอาจจะมีสีสันหรือ Distortion อยู่บ้างในช่วงเสียงกลางและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเสียงเบสแต่ก็พอจะแก้ไขได้โดยการเซ็ตตำแหน่งลำโพงให้ดีๆ

ตัดสิน
เยี่ยมในระดับราคานี้เมื่อใช้งานทางด้านเซอร์ราวนด์ (พร้อมการรองรับกับระบบภาพ 3D) น้ำเสียงให้ได้หนักหน่วงและทรงพลังดีใกล้เคียงเครื่องใน
ระดับราคาสูงพอสมควร การเซ็ตอัพไม่ยุ่งยากเท่าไหร่แม้จะไม่มีการเซ็ตอัพอย่างอัตโนมัติให้ ในการใช้งานฟังเพลงเหมาะสำหรับ Music Lover มากกว่า Audiophile (สามารถใช้งานกับ iPod ได้) ก็นับว่าเป็นชุดโฮมเธียเตอร์ที่น่าสนใจและให้ความคุ้มค่าชุดหนึ่งทีเดียว

ht-s3300test04