art_417364

ตอนนี้ถ้าพูดถึงเครื่องเสียงประเภทรีซีฟเวอร์หลายคนคงนึกถึงเอวีรีซีฟเวอร์หรือรีซีฟเวอร์ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ที่มีภาคถอดรหัสเสียงรอบทิศทางโน่นนี่นั่นเต็มไปหมด ใครที่ไม่คุ้นชินลำพังมองด้านหน้าเครื่องก็ว่ามีปุ่มเยอะจนชวนงงแล้ว นี่ถ้าเหลียวไปมองด้านหลังเครื่องเจอขั้วต่ออะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด อาจจะถึงขั้นต้องเรียกหาพาราเซตามอลล่ะครับ
เป็นความจริงที่น่าเสียดายเล็กน้อยสำหรับคนฟังเพลงที่ไม่ใช่คอหนัง ที่เมื่อทุกวันนี้ตลาดของเครื่องเสียงประเภทรีซีฟเวอร์นั้นมากกว่า 90% ถูกยึดครองโดยกลุ่มลูกค้าที่เล่นโฮมเธียเตอร์เป็นหลัก เหลือเพียงส่วนแบ่งกระจิ๊ดริดให้พอมีสเตอริโอรีซีฟเวอร์สำหรับคนฟังเพลงบ้าง จริงอยู่ว่าเอวีรีซีฟเวอร์ก็เอามาใช้ฟังเพลงได้ แต่ก็นั่นล่ะครับมันก็ยังมีอะไรขาดๆ เกินๆ อยู่ดี เพราะจุดตั้งต้นของ
การออกแบบนั้นเขาเน้นไปที่การใช้งานในรูปแบบโฮมเธียเตอร์เป็นหลัก
อย่างไรก็ดียังเป็นที่น่ายินดีว่าส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเล็กๆ ของสเตอริโอรีซีฟเวอร์ที่ว่านี้ก็ยังพอหาของมีคุณภาพที่ทำออกแบบมาไม่สุกเอาเผากินได้ อย่างเช่นรีซีฟเวอร์รุ่น CS-925 ของออนเกียวนี้เป็นตัวอย่าง

ตาม (ทัน) กระแส
รีซีฟเวอร์ Onkyo CS-925 นั้นหากเทียบกับสเตอริโอรีซีฟเวอร์อื่นๆ ที่ผมเคยเล่นหรือพบเห็นมา ตอ้ งยอมรบั ในเบอื้ งตน้ ทนั ทวี า่ มนั พฒั นาไปไกลจากสเตอริโอรีซีฟเวอร์ที่ผมเคยรู้จักมากมาย นี่ไม่ใช่แค่จูนเนอร์+แอมปลิไฟล์ที่ผมเคยรู้จัก และไม่ใช่แค่การเพิ่มออพชั่นเล่นแผ่นซีดีแบบที่เคยเห็นแต่ผมว่าวิศวกรของออนเกียวคงตั้งใจให้ CS-925
ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความบันเทิงด้านเสียงเพลงที่เกาะติดกระแสเทคโนโลยีดิจิตอลมัลติมีเดียอย่างใกล้ชิดด้วย

นอกจากภาครับวิทยุ AM/FM Stereo แล้ว CS-925 ไม่ได้มีเพียงแค่ไดรฟ์อ่านแผ่นที่เล่นได้ทั้งแผ่นซีดีเพลงทั่วไปและไฟล์มัลติมีเดียยอดนิยม (MP3,WMA, AAC, WAV) แต่ภายในเครื่องยังได้บรรจุ HDD หรือฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขนาดความจุ 80 GB สำหรับใช้เก็บบันทึกไฟล์เพลงและสามารถเรียกมาเปิดฟังได้ตามต้องการ ตอกย้ำให้อินเทรนด์ด้วยช่องเสียบสัญญาณ USB ที่ออกแบบให้นำแฮนดี้ไดรฟ์ที่มีไฟล์เพลงมาเสียบเล่น หรือจะใช้ต่อเชื่อมเครื่องเล่น iPod ทางช่อง USB นี้ก็ย่อมได้
นอกจากจะมีความสามารถในการเก็บบันทึก (store) และเล่นกลับ (playback) ไฟล์ข้อมูลเพลงแล้ว วิศวกรของออนเกียวยังออกแบบให้ CS-925 มีความสามารถในการทำสำเนา การแปลงหรือถ่ายโอนข้อมูลระหว่างสื่อบันทึกหนึ่งไปยังอีกสื่อบันทึกหนึ่งได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลโดยตรงจากคอมพิวเตอร์โดยใช้ช่องทาง FTP (File Transfer Protocal) การ rip เพลงจากแผ่นออดิโอซีดีไปเก็บไว้ที่ HDD ในตัวหรือเก็บไว้ในแฮนดี้ไดรฟ์ทางช่อง USB
ถ้าอ่านทั้งหมดข้างต้นนี้แล้วคุณกำลังคิดว่า‘นี่มันเกือบจะเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยนี่’ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับแต่อย่าลืมว่า CS-925 ไม่ออกอาการแฮงค์หรือทำตัวนิ่งๆ ไม่ไหวติง ไม่ต้องง้อซอฟต์แวร์ปฏิบัติการของบิลเกตหรือสตีฟจ็อบ ไม่ต้องมานั่งเรียนรู้การทำงานของซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นที่แสนจะซับซ้อนแม้ว่าอยากใช้งานแค่นิดเดียว และที่สำคัญตัวมันจะไม่ติดไวรัสสายพันธุ์ใดๆ ที่เคยป่วนจนให้คอมพิวเตอร์หรือเซิฟเวอร์ที่ออฟฟิศของคุณล่ม

Audyssey, Ethernet และ Gracenote
ตามที่คุณได้เห็นจากรูป การออกแบบหน้าตาของ CS-925 นั้นดูค่อนข้างเรียบง่าย ปุ่มกดต่างๆ ด้านหน้าเครื่องพยายามทำเป็นปุ่มเล็กๆ ให้พอเอาปลายนิ้วจิ้มได้ ยกเว้นปุ่มหมุนวอลุ่มที่ทำมาใหญ่โตกะว่าให้ใช้งานถนัดมือ จอแสดงผลเป็นแบบกราฟิกสีขาว แสดงผลได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นไอค่อน ตัวเลขหรือตัวหนังสือ ตินิดหน่อย
ว่าข้อความต่างๆ ที่แสดงบนหน้าจอนั้นตัว font มีขนาดค่อนข้างเล็กและบาง ทำให้มองยากพอสมควรแม้จะนั่งอยู่ไม่ห่างจากเครื่องก็ตาม
วัสดุที่ต่างๆ ที่ประกอบเป็นตัวเครื่องจัดว่าดูดีมีราคา ไม่ว่าจะเป็นด้านข้างที่เป็นพลาสติกเนื้อดีสีดำเงา หรือแผ่น top ที่เป็นอะลูมิเนียมแท้ๆ ทำสีดำ ไม่ใช่พลาสติกกัดลายเลียนแบบอะลูมิเนียมซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวเครื่องถูกยกระดับขึ้นมาจากเครื่องเสียงราคาถูกที่วางขายตามดิสเคาต์สโตร์อย่างชัดเจน
ทางด้านหลังเครื่องของ CS-925 พบขั้วต่อต่างๆ วางเป็นระเบียบและแบ่งกลุ่มง่ายต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มขั้วต่อสัญญาณ INPUT สำหรับต่อกับแหล่งสัญญาณภายนอกที่มีให้ทั้งช่องสัญญาณอะนาล็อกและดิจิตอลแบบออพติกขั้วต่อสัญญาณ OUTPUT ทั้งแบบไลน์เอาต์และซับวูฟเฟอร์ปรีเอาต์ ขั้วต่อสายลำโพงแบบไบดิ้งโพสด้านหลัง CS-925 มีอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยพบในเครื่องเสียงทั่วไป นั่นคือขั้วต่อ ETHERNET ที่คนส่วนมากคุ้นเคยเวลาต่อใช้งานคอมพิวเตอร์ในระบบ LAN ใน CS-925 นั้นขั้วต่อ ETHERNET นี้
สัมพันธ์กันโดยตรงกับโลโก้ตัวหนึ่งที่สกรีนเอาไว้ด้านหน้าเครื่อง บริเวณด้านล่างของช่องเปิด-ปิดถาดใสแ่ ผน่ ซดี นี นั่ คอื โลโกท้ สี่ กรนี วา่ ‘gracenote’ ใครที่ชอบ rip หรือ import ไฟล์เพลงจากแผ่นซีดีด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคนที่ใช้โปรแกรม iTunes คงคุ้นเคยกับชื่อนี้ดี Grace note คือชื่อของผู้ให้บริการข้อมูลต่างๆ ของเพลงไม่ว่าจะเป็นชื่ออัลบั้ม ชื่อเพลง ชื่อศิลปิน ประเภทแนวเพลง ฯลฯ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า music recognition service ขอเล่าสั้นๆ ให้พอเห็นภาพว่าหากโปรแกรม
เล่นแผ่นซีดีในคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นซีดีใดๆ ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายกับ Gracenote ได้เมื่อคุณโหลดแผ่นซีดีเข้าไปมันจะไปค้นในฐานข้อมูลของ Gracenote ในอินเตอร์เน็ตแล้วดึงเอาข้อมูลเหล่านั้นมาโชว์ให้คุณเห็น (ถ้ามีข้อมูลของซีดีแผ่นนั้นอยู่) เวลา rip หรือ import ออกมาเป็นไฟล์คุณก็ไม่ต้องนั่งพิมพ์ชื่อเพลง ชื่อศิลปินชื่ออัลบั้ม ฯลฯ เองให้เมื่อย อันที่จริงแล้วมีผู้ให้บริการในลักษณะนี้หลายรายครับ แต่ Grace note นี่ได้รับการยอมรับในวงกว้างว่ามีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนและหลากหลายเป็นลำดับต้นๆ เริ่ม
เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าขั้วต่อ ETHERNET กับโลโก้ Gracenote ใน CS-925 นี้สัมพันธ์กันอย่างไร

อีกโลโก้หนึ่งบนหน้าปัดของ CS-925 ที่ทำให้ผมสะดุดตาคือ ‘Audyssey’ นี่คือเครื่องหมายการค้าของบริษัท Audyssey Labo
ratories ผู้ผลิตอีควอไลเซอร์ไฮเอนด์ชื่อดัง นั่นหมายความว่ารีซีฟเวอร์ของออนเกียวรุ่นนี้มีเทคโนโลยีของออดิสซีบรรจุเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Audyssey EQ ที่ช่วยปรับแก้ปัญหาที่เกิดจากสภาพอะคูสติกของห้อง และ Audyssey Dynamic EQ ที่ช่วยชดเชยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ที่อาจจะจมหายไปให้ปรากฏเด่นชัด เท่าที่ผมทราบกิตติศัพท์มาระบบประมวลผล EQ ของออดิสซีนี่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในแวดวงไฮเอนด์และมีอะไรที่เหนือกว่า EQ แบบทั่วไปที่คนเล่นเครื่องเสียงยี้กันมากพอดู

คอมพิวเตอร์หรือเครื่องเสียง?
พูดถึง ETHERNET, USB, ฮาร์ดดิสก์, การ rip เพลง และไฟล์มัลติมีเดีย อาจจะทำให้เกิดความลังเลว่า CS-925 นั้นเป็นคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเสียงกันแน่ ?
ของแบบนี้พิสูจน์ไม่ยากครับ ถ้าอะไรที่ประมวลผลได้รวดเร็วแม่นยำทำงานได้หลากหลายหน้าที่ ผมถือว่ามีคุณสมบัติเป็นสมองกลหรือคอมพิวเตอร์ และถ้าสิ่งนั้นสามารถเล่นเพลง
แล้วให้สุ้มเสียงออกมาไพเราะน่าฟังด้วยผมจะเรียกมันว่าเครื่องเสียง และนั่นคือสิ่งที่ผมสามารถรับรู้ได้หลังจากที่ได้ลองเล่น Onkyo CS-925 รีซีฟเวอร์เครื่องนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่ทางเลือกที่หลากหลายในการเล่นเพลงจากแหล่งสัญญาณ
และสื่อบันทึกสารพัดชนิดเท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณาในเนื้องานที่มันถ่ายทอดออกมาต้องบอกว่าเสียงดีใช่เล่น คิดว่าต่อให้ตัดออพชั่นออกไปสัก 2-3 อย่างแล้วเน้นให้ ‘ขายเสียง’ ก็ยังไหว

นั่นไม่ได้ทำให้ผมแปลกใจมากนัก เพราะทราบมาว่าเบื้องหลังการออกแบบรีซีฟเวอร์ของออนเกียวเครื่องนี้มีการคัดเฟ้นพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นชิพ DAC คุณภาพสูงของยี่ห้อ Wolfson ทำงานร่วมกับวงจรกรองความถี่ส่วนเกินในภาคดิจิตอลที่ออนเกียวพัฒนาเองและให้ชื่อว่า VLSC (Vector Linear Shaping Circuitry) CS-925 มีภาคขยายเสียงในตัวระบุกำลังขับเอาไว้ที่ 20 วัตต์ต่อข้าง (4 โอห์ม) ภาคเอาต์พุตเป็นแบบดีสครีตแยกทรานซิสเตอร์เป็นตัวๆ ไม่ได้ใช้ไอซีสำเร็จรูป
ผมได้ลอง CS-925 กับลำโพงรุ่นน้องเล็ก 3-4 คู่จากค่าย Jamo, Wharfedale, PSB และ Paradigm รีซีฟเวอร์ออนเกียวเครื่องนี้ทำหน้าที่ของมันได้ดีทีเดียวครับ ถือว่าสอบผ่านไม่มีประเด็นอะไรติดค้างคาใจ และถ้าต้องการฟังเสียงจาก CS-925 แบบที่บริสุทธิ์มากที่สุดปราศจากผ่านการปรุงแต่งหรือชดเชยใดๆ ให้กดปุ่มDIRECT ที่รีโมตคอนโทรล

ในการทดสอบครั้งนี้ผมได้รับลำโพงมาอีกคู่หนึ่งเป็นของยี่ห้อออนเกียวเช่นกัน รหัสชื่อรุ่นคือ D-N10BX เป็นลำโพงขนาดเล็ก 2 ทางตู้เปิดโครงสร้างตู้ทำจาก MDF เคลือบผิวไฮกลอส ใช้ไดรเวอร์เสียงกลางทุ้มขนาด 13 เซนติเมตร กรวยทำจากวัสดุพิเศษสีขาว (A-OMF Monocoque Diaphragm) รูปทรงของตัวกรวยค่อนข้างเป็นมุมแหลมแบบตัว ‘V’ ซึ่งทางออนเกียวอ้างว่าช่วยต่อต้านการสั่นค้างส่วนเกินได้ดี ส่วนไดรเวอร์เสียงแหลมเป็นทวีตเตอร์แบบโดมวงแหวน (Ring-Drive Tweeter) ข้อมูลเบื้องต้นทราบมาว่า
ลำโพงคู่นี้ตั้งใจออกแบบมาให้แมตช์กับ CS-925 โดยกำเนิด และมีการชดเชยกับระบบ EQ ของ Audyssey ในตัว CS-925 มาเรียบร้อยแล้ว (ดูรายละเอียดในคู่มือหัวข้อ Using Audyssey EQ) การจับคู่ระหว่าง CS-925 + D-N10BX ให้น้ำเสียงออกมาในแนวนุ่มนวลฟังสบาย ส่งผลให้เนื้อเสียงมีมวลอิ่มเข้มพอตัว เพราะฉะนั้นใครที่จะเล่นCS-925 แล้วยังไม่มีไอเดียเรื่องลำโพงจะเลือกใช้ลำโพงรุ่นนี้เลยก็สะดวกดี
ระบบ EQ ของ Audyssey ที่อยู่ใน CS-925 นั้น ผมชอบใจตรงที่เขาไม่ได้บังคับให้ใช้ตลอดเวลา แต่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ผมว่าคนออกแบบเขาเข้าใจดีว่า EQ อาจจะใช้งานได้ดีในบางสถานการณ์เท่านั้น ในกรณีของ CS-925 หากไม่ได้เล่นกับลำโพงของออนเกียวเองในส่วนของฟังก์ชัน Audyssey EQ ก็ไม่ต้องไปสนใจ หรือเลือกกดปุ่ม DIRECT เพื่อฟังแบบ flat ไปเลย เสียงที่ได้จะเปิดเผยและให้รายละเอียดออกมาเต็มที่กว่า
ถ้าเป็นในส่วนของฟังก์ชัน Audyssey Dynamic EQ เท่าที่ลองใช้ผมพบว่ามันคล้ายฟังก์ชัน loudness แต่มีชั้นเชิงกว่า คือไม่ซี้ซั้ว
บูสต์เสียงขึ้นมาจนโอเวอร์ เหมาะกับเพลงตลาดทั่วไปที่ไม่ได้เน้นคุณภาพการบันทึกมากนัก (บางเพลงต้องปรับ Tone Control ช่วยเล็กน้อย) หรือเวลาเปิดฟังเบากว่าปกติรายละเอียดจะได้ไม่จมหายไปกับแบคกราวนด์
ในขณะที่ต่อ CS-925 เข้ากับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เวลาผมโหลดแผ่นซีดีเข้าไปในเครื่อง หน้าจอแสดงผลของเครื่องจะเริ่มบ่งชี้ว่ากำลังดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูลของ Gracenote ทันที เกือบทุกแผ่นที่ผมใส่เข้าไปในเครื่องจะมีข้อมูลจาก Gracenote มาปรากฏโชว์ที่หน้าจอแสดงผล ไม่เว้นแม้แต่แผ่นซีดีเพลงไทยทั่วไปหรือเพลงจีน (แสดงภาษาจีนได้ด้วย) น่าเสียดายนิดหน่อยที่จอแสดงผลของเครื่องไม่สามารถแสดงตัวอักษรภาษาไทย

มาตรฐานใหม่ของเครื่องเสียงรวมชิ้น
โดยส่วนตัวผมคิดว่าแนวทางของ Onkyo CS-925 นั้นเดินมาถูกทางแล้ว คุณสมบัติต่างๆ ที่บรรจุในเครื่องล้วนแล้วแต่ใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งสิ้น มันทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยกับพีซีหรือแมคอินทอชมีโอกาสเข้าถึงโลกของมัลติมีเดียออดิโอได้โดยไม่ต้องไปขวนขวายเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก ในขณะเดียวกันคุณภาพเนื้องานของ CD/HDD Receiver เครื่องนี้ยังได้ยืนยันความเป็นเครื่องเสียงที่สร้างขึ้นเพื่อคนฟังเพลงจริงๆ ไม่ได้ทำแบบขอไปทีตามกระแสนิยม